ทุกครั้งที่เปิดบิลค่าไฟ หลายคนคงรู้สึกสะดุ้ง เพราะค่าไฟดูเหมือนจะแพงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะพยายามประหยัดการใช้ไฟฟ้าแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายครัวเรือนกำลังเผชิญอยู่ แต่เหตุใดค่าไฟถึงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าเองได้ ขายให้ประเทศเพื่อนบ้าน และบางครั้งยังต้องซื้อไฟฟ้าเพิ่มจากประเทศอื่นอีก? วันนี้เราจะมาหาคำตอบว่าทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้น และเราสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร
เหตุผลที่ค่าไฟฟ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นเพราะหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า อีกทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นทุกปี จากทั้งภาคอุตสาหกรรมและการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ทำให้ระบบไฟฟ้าต้องทำงานหนักขึ้น การขยายตัวของเมืองก็ทำให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีมากขึ้น และทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่าย
ทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้น?
หลายคนอาจไม่ทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เข้าใจชัดเจนมากขึ้น สุมิตรา พาวเวอร์ฯ จึงได้แบ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ค่าไฟแพงขึ้นออกเป็น 4 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า, ค่า Ft, ความเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้า, และสภาพแวดล้อมหรือสภาพอากาศ
1. พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
ในปัจจุบัน การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย ธุรกิจขนาดเล็ก โรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานที่ราชการ หนึ่งในสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้การทำงานแบบ Work From Home ได้รับความนิยม ส่งผลให้ที่พักอาศัยมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
2. ค่า Ft ที่สูงขึ้นทุกปี
ค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปรเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น หากย้อนกลับไปหลายปีก่อน ค่า Ft ยังไม่สูงมากนัก แต่ในปี พ.ศ. 2567 ค่า Ft ต่อหน่วยกลับสูงที่สุดในรอบสิบปี ซึ่งเกิดจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกปี
3. อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเกิดความเสียหาย
หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของการตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานเป็นประจำ เมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเกิดความเสียหาย มันจะใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย เช่น ไฟช็อตหรือไฟดูดได้
4. สภาพแวดล้อมหรือสภาพอากาศ
เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน การใช้เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และอุปกรณ์ทำความเย็นต่างๆ ในช่วงหน้าร้อนย่อมมากขึ้น แม้ว่าจะเปิดใช้งานในระยะเวลาเท่าเดิม แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด จึงต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าไฟเพิ่มตามไปด้วย
คำนวณค่าไฟในปี พ.ศ. 2567
ในบิลค่าไฟเรามักจะเห็นการสรุปปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมอยู่แล้ว แต่การคำนวณค่าไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละเครื่องจะช่วยให้เรารู้จักเลือกใช้งานได้อย่างคุ้มค่า และวางแผนการใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีการคำนวณค่าไฟง่ายๆ มีดังนี้
สูตรคำนวณ
(จำนวนวัตต์ของเครื่องใช้ไฟฟ้า x ค่าไฟต่อยูนิต) / 1,000 = ค่าไฟต่อชั่วโมง (บาท)
ตัวอย่างการคำนวณค่าไฟของเตารีดไฟฟ้า
เตารีดไฟฟ้าขนาด 1,000 วัตต์ หากใช้งานเป็นเวลา 1 ชั่วโมง จะคำนวณได้ดังนี้:
(1,000W x 4 บาท) / 1,000 = 4 บาท
สรุป
เตารีดไฟฟ้าขนาด 1,000 วัตต์ที่ใช้งาน 1 ชั่วโมง จะเสียค่าไฟ 4 บาท
หมายเหตุ: ราคาค่าไฟต่อยูนิตในแต่ละพื้นที่อาจไม่เท่ากัน และยังไม่รวมค่าบริการอื่นๆ รวมถึงค่าปรับที่อาจเกิดจากการไฟฟ้า
วิธีประหยัดไฟ ง่ายๆ ทำได้ทุกบ้าน
การประหยัดไฟไม่ใช่แค่การปิดไฟหรือลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถทำได้เพื่อให้การใช้ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและประหยัดมากขึ้น โดยสามารถเริ่มต้นจากการวางแผนใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม และพิจารณาการใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ระบบไมโครอินเวอร์เตอร์
1. วางแผนการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า
การวางแผนการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างรอบคอบจะช่วยให้ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มากเกินความจำเป็น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าตามความต้องการที่แท้จริง เช่น เปิดแอร์เฉพาะช่วงกลางคืน หรือเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน จะช่วยให้ประหยัดไฟได้อย่างมาก
2. เลือกใช้งานอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสม
การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับความต้องการจะช่วยให้สามารถคำนวณการใช้ไฟล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ลดภาระการทำงานเกินกำลังของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เบรกเกอร์หรือระบบป้องกันไฟฟ้า การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟได้
3. ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี
การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิตไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การใช้ปลั๊กพ่วงที่มีคุณภาพสูงหรือการติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเบอร์ 5
การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสัญลักษณ์ ‘ประหยัดไฟเบอร์ 5’ เป็นตัวเลือกที่ดีในการช่วยประหยัดค่าไฟ สัญลักษณ์นี้เป็นฉลากที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกระทรวงพลังงานมอบให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานการประหยัดพลังงาน ในฉลากจะมีข้อมูลสำคัญ เช่น ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า ปีที่ทำการทดสอบ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าต่อปี รวมถึงตัวเลขบอกระดับการประหยัดพลังงานตั้งแต่ 1-5 ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในการประหยัดพลังงาน
ตัวเลือกลดค่าไฟด้วยโซล่าเซลล์ระบบไมโครอินเวอร์เตอร์
โซล่าเซลล์เป็นพลังงานทดแทนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าและนำมาใช้ได้ทันทีหลังการติดตั้ง โดยเฉพาะ “ระบบไมโครอินเวอร์เตอร์” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การแปลงกระแสไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสถานที่ที่มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน
ไมโครอินเวอร์เตอร์ช่วยประหยัดไฟได้อย่างไร?
เมื่อมีการติดตั้งไมโครอินเวอร์เตอร์ร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์จะถูกแปลงเป็นไฟฟ้าที่สามารถใช้งานในบ้านได้โดยตรง ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าในช่วงกลางวัน นอกจากนี้ ไมโครอินเวอร์เตอร์ยังมีความสามารถพิเศษในการทำให้แผงโซลาร์เซลล์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ในสภาวะที่มีปริมาณแสงแดดไม่เต็มที่ เช่น มีเงาหรือฝุ่นปกคลุมบางส่วน ซึ่งระบบอินเวอร์เตอร์ทั่วไปอาจทำงานได้น้อยลงในสถานการณ์นี้
ข้อดีของโซล่าเซลล์ ระบบไมโครอินเวอร์เตอร์
- ใช้งานได้ยาวนาน ระบบนี้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ยาวนานในช่วงกลางวัน ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้อย่างมาก
- ประหยัดค่าไฟฟ้า ช่วยลดค่าไฟได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้อย่างเต็มที่
- คืนทุนไว หากใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังจากคืนทุนแล้ว ผู้ติดตั้งจะรู้สึกว่าตนเองได้กำไรค่าไฟฟ้าทุกเดือน และยังสามารถมีรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าได้ด้วย
พลังงานสะอาด เป็นพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษและปัญหาโลกร้อน
ข้อเสียของโซล่าเซลล์ ระบบไมโครอินเวอร์เตอร์
- ลงทุนครั้งแรกสูง การติดตั้งระบบไมโครอินเวอร์เตอร์มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่สูงกว่าการลดค่าไฟวิธีอื่นๆ
- ต้องการผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง การติดตั้งระบบนี้จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่มีมาตรฐาน เพื่อให้การติดตั้งถูกต้องและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการติดตั้งไม่ถูกวิธี
การติดตั้งโซล่าเซลล์ระบบไมโครอินเวอร์เตอร์ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการลดค่าไฟระยะยาว แม้ต้องลงทุนในช่วงแรก แต่จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในอนาคต พร้อมกับช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย
ค่าไฟที่แพงสามารถลดลงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนที่ตัวเรา และหากต้องการลดค่าไฟอย่างมีประสิทธิภาพ โซล่าเซลล์ ระบบไมโครอินเวอร์เตอร์ ถือว่าเป็นตัวตัวเลือกที่ สุมิตรา พาวเวอร์ฯ แนะนำ
สามารถติดต่อสอบถามเพื่อรับคำปรึกษาเรื่องการติดตั้งโซล่าเซลล์ ระบบไมโครอินเวอร์เตอร์ได้ที่ Facebook, Website, Line หรือโทรศัพท์ ทุกวัน ไม่มีวันหยุด

