เมื่อพูดถึงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หลายคนอาจคิดว่าเลือกแผงที่มีขนาดใหญ่หรือมีกำลังวัตต์สูงจะดีที่สุด เพราะมีความเชื่อว่าแผงโซล่าร์เซลล์แบบนี้จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากและคุ้มค่ากว่า แต่ความจริงแล้ว การพิจารณาเพียงแค่ดูจากขนาดหรือดูที่กำลังการผลิตเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึง เช่น ประสิทธิภาพของแผงแบบเชิงลึก การออกแบบวงจรของแผงโซล่าร์เซลล์ ความเหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง รวมถึงสภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งานด้วย โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการดูสเปคแผงโซลาร์เซลล์ ค่าไหนสำคัญ ตรงไหนต้องดู และการคำนวณเพื่อเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ทำไมต้องดูสเปคแผงโซล่าร์เซลล์
ในปัจจุบันมีแผงโซล่าร์เซลล์ที่พัฒนาทั้งในด้านความสามารถของแผงที่สูงขึ้น และราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก การเลือกแผงโซล่าร์เซลล์ที่เหมาะสม จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียดหรือสเปคของแผงโซล่าร์เซลล์แต่ละประเภทก่อน โดยทั่วไปแล้วแผงโซล่าร์เซลล์ที่ขายตามท้องตลาดจะมีข้อมูลสเปคที่ระบุไว้อย่างชัดเจน ลูกค้าหรือผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือในเอกสารที่แนบมากับแผงโซล่าร์เซลล์
หากไม่มีความรู้หรือดูสเปคแผงโซล่าร์เซลล์ไม่เป็นควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรมาแนะนำ สำหรับการดูสเปคของแผงโซล่าร์เซลล์ นั้นจะส่งผลต่อการผลิตไฟและความปลอดภัยทั้งระบบ รวมถึงสามารถช่วยลดงบประมาณในการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ที่มากเกินจำเป็นได้อีกทางหนึ่งด้วย
อ่านสเปคแผงโซล่าร์เซลล์ ค่าไหนสำคัญ ตรงไหนต้องดู
หลายครั้งที่แผงโซล่าร์เซลล์มีข้อมูลหรือสเปค ถูกโฆษณาเกินจริงโดยผู้ให้บริการติดตั้ง เพื่อไม่ให้เป็นการถูกบิดเบือนข้อมูลหรือถูกหลอก จึงจำเป็นที่จะต้องดูข้อมูลพื้นฐานของแผงโซล่าร์เซลล์ได้ โดยมีข้อมูลที่สำคัญดังนี้
- กำลังการผลิตสูงสุด (Pmax – Rated maximum power)
- เป็นค่าที่บอกว่าแผงสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงสุดกี่วัตต์เมื่ออยู่ในสภาวะแสงที่เหมาะสมที่สุด เช่น 400W, 550W, หรือ 650W เป็นต้น ตัวเลขนี้มักเป็นตัวเลขที่ใช้โฆษณาเพื่อดึงดูดลูกค้า หากมีการเปรียบเทียบกับแผงอื่นควรพิจารณาค่าต่าง ๆ ร่วมด้วย
- แรงดันไฟฟ้าที่กำลังสูงสุด (Vmp – Voltage at Maximum Power)
- เป็นค่าที่บอกว่าแผงโซล่าร์เซลล์จะให้แรงดันไฟฟ้าเท่าไหร่เมื่อทำงานที่กำลังสูงสุด ค่านี้มีผลต่อการออกแบบระบบไฟฟ้าโดยรวม เช่น การเลือกอินเวอร์เตอร์ และการเลือกใช้อุปกรณ์ที่รองรับแรงดันไฟทั้งหมดได้อย่างเหมาะสม
- กระแสไฟฟ้าที่กำลังสูงสุด (Imp – Current at Maximum Power)
- บอกปริมาณค่ากระแสไฟฟ้าที่แผงสามารถจ่ายได้เมื่อทำงานที่กำลังสูงสุด หากต้องการแผงที่สามารถจ่ายกระแสได้มาก ค่านี้ต้องสูงด้วย
- แรงดันไฟฟ้าวงจรเปิด (Voc – Open Circuit Voltage)
- ค่า Voc จะเกิดขึ้นตอนเช้าเมื่อแสงแดดแรกส่องเข้าแผงโซล่าร์เซลล์ ซึ่งจะมีแรงดันไฟสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ และจะลดลงเป็นค่าปกติ ซึ่งค่านี้สำคัญสำหรับการคำนวณการออกแบบระบบ และอย่าลืมเลือกไมโครอินเวอร์เตอร์และใช้อุปกรณ์ที่รองรับค่า Voc ได้ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายได้ทั้งระบบ โดยเฉพาะระบบขนาดใหญ่
- กระแสไฟฟ้าเมื่อเกิดการลัดวงจร (Isc – Short Circuit Current)
- เป็นค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่แผงสามารถจ่ายได้เมื่อเกิดการลัดวงจรในระบบ ซึ่งค่านี้จะเป็นค่าที่ใช้กำหนดในการเลือกอุปกรณ์ที่ติดตั้งที่รองรับค่า Isc ได้โดยที่ไม่เสียหาย
- อายุการใช้งานและการรับประกัน
- การรับประกันแผงโซล่าร์มักไม่ได้ระบุไว้ในสเปค แต่จะระบุไว้ในข้อมูลที่ใช้โฆษณาหรือในสัญญาซื้อขายแผงโซล่าร์เซลล์ สำหรับแผงที่มีคุณภาพดีหรืออยู่ในระดับ Tier 1 มักมีอายุการใช้งาน 25-30 ปี และรับประกันประสิทธิภาพมากกว่า 80% ที่อายุ 25 ปี
สูตรคำนวณในการเลือกแผงโซล่าร์เซลล์ที่เหมาะสม
นอกจากการดูค่าต่าง ๆ ของแผงโซล่าร์เซลล์ได้แล้ว การคำนวณแบบเบื้องต้นก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยสามารถคำนวณได้ดังนี้
คำนวณการใช้ไฟฟ้ารายวัน
- สมมติว่าคุณใช้ไฟฟ้าวันละ 10 kWh
- บริเวณที่ติดตั้งโซล่าร์เซลล์มีแสงแดดใช้การผลิตไฟเฉลี่ย 5 ชั่วโมง/วัน
- จะต้องการระบบโซล่าร์เซลล์ที่ผลิตไฟได้ 10 kWh ÷ 5 h = 2 kW
เลือกขนาดแผงที่เหมาะสม
ถ้าเลือกแผงขนาด 500W ต้องใช้ 2,000W ÷ 500W = 4 แผง
ข้อควรสังเกต : ประสิทธิภาพในการผลิตไฟจะมีการสูญเสียพลังงานบางส่วน ควรเผื่อขนาดแผงเพิ่มขึ้นอีก 10-20% และควรเลือกพื้นที่การติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ที่เหมาะสม หากไม่มั่นใจควรให้วิศวกรเป็นคำนวณหรือออกแบบให้ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการผลิตไฟสูงสุด
แผงโซล่าร์เซลล์ Tier 1 ที่ สุมิตรา พาวเวอร์ฯ เลือกใช้
แผงโซล่าร์เซลล์Aiko ABC มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ด้วยการจัดรูปแบบบัสบาร์ใหม่ ให้อยู่ด้านหลังช่วยลด Micro cracking อีกทั้งเมื่อเกิดเงาบังจุดใดจุดหนึ่ง ประสิทธิภาพการผลิตไฟจะลดเพียงแค่ตำแหน่งที่มีเงาบังเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเหนือกว่าแผงทั่วไปในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น ค่าการแปลงพลังงานหรือค่า Efficiency สูงที่สุดในโลก, ความทนทานต่ออุณหภูมิที่สูง และมีความทนทานแข็งแรงผ่านการทดสอบผิวหน้าของแผงด้วยลูกเห็บขนาด 40 มิลลิเมตร ด้วยความสามารถเหล่านี้เมื่อทำงานร่วมกับไมโครอินเวอร์เตอร์ จะช่วยให้การผลิตไฟมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด
การเลือกแผงโซล่าร์เซลล์ที่เหมาะสมไม่ควรดูแค่กำลังวัตต์สูงสุดเพียงอย่างเดียว ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพ ค่าอุณหภูมิ แรงดันไฟฟ้า อายุการใช้งาน และความเหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง เพื่อการออกแบบระบบที่ถูกต้องให้พลังงานคุ้มค่าและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

